วันอาทิตย์, ธันวาคม 27, 2009

งาน 5 ธันวา 52 The Greatest of the King The Greatings of the Land





วันพุธ, พฤศจิกายน 18, 2009

งาน 5 ธันวา 52 บัณฑิต อึ้งรังษี คอนดัก (3:55)


video

ในงาน 5 ธันวา 52 พบกับวงออเครสตร้าระดับโลก ควบคุมวงโดยบัณฑิต อึ้งรังษี ตั้งแต่เวลา 19:00 เป็นต้นไป ณ.พระที่นั่งอนันตสมาคม ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระรูปทรงม้า)

วันพุธ, ตุลาคม 7, 2009

หนังสือดี ดนตรีดีๆ เปลี่ยนชีวิตผม

วันอังคาร, กันยายน 29, 2009

พบกับผลงานใหม่ล่าสุดหนังสือ "ดนตรีดีๆไม่มีกระได" และ ซีดี "The Magic Of Mozart"





วันศุกร์-เสาร์ที่ 23-24 ต.ค. บัณฑิต พร้อมแจกลายเซ็นให้แฟนคลับที่บูธซี เอ็ด ตั้งแต่เวลา 12.30-14.00น./ศุกร์เสาร์ 23-24 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 15.00-16.00 น.ที่บูธบันลือสาส์น ณ งานมหกรรมงานหนังสือครั้งที่ 14 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์

วันจันทร์, สิงหาคม 31, 2009

เพลงคลาสสิคแก้ความยากจน ตอนที่ ๒ กท ธุรกิจ 17 มค 51



เพลงคลาสสิคแก้ความยากจน ตอนที่ ๒ กท ธุรกิจ 17 มค 51 ปรับปรุงแก้ไขแล้ว
ดนตรี “เปลี่ยน”ชีวิต
(บทความตอนที่ ๑ เกี่ยวกับ El Sistema หรือ The System ของประเทศเวเนซูเอล่า)
ขอน้อมระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระพี่นาง
(สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์)

ในสายตาของคนส่วนใหญ่ ดนตรีคลาสสิกคือ “กิจกรรมยามว่างของคนมีสตางค์” ต้อง “ปีนบันได”ขึ้นไปฟัง และต้องมีฐานะพอสมควรที่จะเรียนได้
ผมเองก็เคยคิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ต้องยอมรับว่าตนเองคิดผิดอย่างถนัด !
และผมเชื่อมั่นว่า คนยากจนกว่า ๔๐๐,๐๐๐ คนของประเทศเวเนซูเอล่า ที่ได้ผ่านโครงการ El Sistema ของประเทศนั้น จะยืนยันว่าคนทั่วโลกคิดผิด
เด็กยากจนเหล่านี้เล่นดนตรีคลาสสิกเก่งมาก ๆ พออายุ ๑๕ – ๑๖ ปี บางคนเล่นได้เทียบเท่าหรือเก่งกว่ามืออาชีพแล้ว เล่นเพลงยาก ๆ ได้เหมือนผู้ใหญ่อายุแก่กว่า ๒ หรือ ๓ เท่า
คำว่า โมสาร์ท เบโธเฟ่น ไชคอฟสกี้ เป็นที่พวกเขาใช้อยู่ทุกวัน
การเล่นดนตรีเป็นกลุ่ม เป็นกิจวัตรประจำวัน
ที่น่าสนใจคือ เด็กเหล่านี้ มาจากครอบครัวที่ยากจนที่สุดของประเทศเวเนซูเอล่า !

นายเลนนา อคอสต้า อายุ ๒๓ ปี เป็นนักดนตรีที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโครงการ El Sistema นี้
ก่อนที่เขาจะได้โอกาสเข้ามาอยู่ในโครงการนี้เมื่อหกปีก่อน เขาได้เข้าสถานพินิจ (correctional facility) มาแล้วเก้าครั้ง เพราะการใช้ยาเสพติดอย่างหนักและการปล้นชิงทรัพย์
ขณะที่สถานพินิจนั้นได้ปฏิเสธคำขอร้องของเขาที่จะกลับไปเข้าโรงเรียน วงออร์เคสตร้าเยาวชนของโครงการ El Sistema ก็ได้ให้เครื่องดนตรีคลาริเนตแก่เขา และเรียกเขาให้มาเล่นในวง
ขณะนี้ หกปีให้หลัง เขาเลี้ยงชีพได้โดยการสอนที่โรงเรียนดนตรี และกำลังเตรียมที่จะเล่น คลาริเนตคอนแชร์โต (เดี่ยวคลาริเนตร่วมกับวงออร์เคสตร้า) ของโมสาร์ต
เขากล่าวว่า “ชีวิตผมเปลี่ยนไป เมื่อตอนที่ El Sistema ให้คลาริเนตกับผม พวกเขาได้ช่วยให้ผมกลับตัว El Sistema เป็นเสมือนครอบครัว และบ้าน”

“ในประเทศเวเนซูเอล่า เราเปลี่ยนความเชื่อเก่า ๆ ที่ว่า คุณต้องมาจากคนชั้นสูง ถึงจะเรียนไวโอลินได้” คาร์ลอส ซีดาน ผู้อำนวยการของโรงเรียนดนตรีแห่งหนึ่งของ El Sistema ได้เล่า
“เด็ก ๆ นักดนตรีเหล่านี้ ไม่ได้รับอนุญาติให้นำเครื่องดนตรีกลับบ้าน เพราะความเสี่ยงที่เครื่องดนตรีจะถูกแย่งขโมย เด็ก ๆ บางคนมาเรียนปวดหัว เพราะครอบครัวของเขาไม่มีเงินซื้ออาหารมารดาของเด็กสีห้าคนจากโรงเรียนนั้น ได้ถูกยิง เด็กหลายคนก็เป็นเด็กกำพร้า มีการต่อสู้ระหว่างแก๊งค์ตลอดเวลา ตำรวจก็แย่มาก ๆ บางทีแย่กว่าพวกแก๊งค์อันธพาลนั้นอีก ครั้งที่แล้วก็ได้ยิงเด็กสองสามคน”
แต่เด็กเหล่านั้น เมื่อเขาได้มีโอกาสแสดงดนตรี เขาก็เป็นความภูมิใจของชุมชน และเป็นแรงดลใจให้ผู้ปกครองเรียนรู้เพิ่มเติมขึ้นเกี่ยวกับคีตกวี (นักแต่งเพลงคลาสสิค) ที่สำคัญของโลก
เด็กชายลูซ วัยเก้าขวบเล่าว่า “ผมอยู่ที่นี่ (เล่นกับวงออร์เคสตร้า) ยังดีกว่าอยู่บ้าน ที่บ้านผมก็ไม่ได้ทำอะไร นั่ง ๆ นอน ๆ เป้าหมายไม่ใช่ดนตรีครับ แต่เป็นวินัย ความเคารพซึ่งกันและกัน ความสำเร็จโดยการทำงานแบบเป็นทีม และไม่เคยละทิ้งความเป็นเลิศ”
ความสำเร็จของ El Sistema เป็นสิ่งที่น่าคิด น่าเลียนแบบในสังคมไทยมาก ทั้งยังเป็นการกระทำที่จะตอบสนองเจตนารมณ์ของสมเด็จพระพี่นางฯ ที่จะส่งเสริมทั้งดนตรีคลาสสิก และเด็กด้อยโอกาสต่าง ๆ เป็นการพัฒนาทั้งสองสิ่งขึ้นมาพร้อม ๆ กัน
ถ้าท่านต้องการชมภาพนิ่งหรือหนังเกี่ยวกับ El Sistema หรือต้องการอ่านเพิ่มเติม ลองใช้ google หาโดยใช้คำว่า “El Sistema Venezuela” (ถ้าต้องการดูการแสดง เลือก link ที่เป็น youtube) หรือไปที่เว็บไซท์ของ CNN ที่ www.spiritof.info/music ซึ่งเป็นสารคดีที่น่าสนใจมาก

บัณฑิต อึ้งรังษี เป็นวาทยกรระดับนานาชาติ สำหรับผลงานเขียนเพิ่มเติม ติดตามได้ที่หนังสือใหม่ “๓๐ วิธี เอาชนะโชคชะตา” สำหรับงานสอนวาทยกรที่จะมีครั้งแรกในประเทศไทยในวันที่ ๔ -๗ กุมภาพันธ์นี้ ติดตามได้ที่ www.okmd.or.th

วันพุธ, สิงหาคม 12, 2009

มิวสิควีดีโอ Album Just Good Music ถ่ายทำโดย บัณฑิต อึ้งรังษี

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา กำลังเล่นกับเด็ก ๆ โดยเปิดเพลงจากอัลบั้ม Just Good Music อยู่ในแบคกราวนด์ พอเขาได้ยินเสียงเพลง William Tell ก็สนุกกันใหญ่ เลยถ่ายวีดีโอเก็บไว้เป็นมิวสิควีดีโอแบบขำ ๆ ไม่รู้เป็นอะไร เด็กทั่วโลกมีปฎิกริยากับเพลงนี้ของRossini


video

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 2, 2009

ดนตรีที่ช่วยเด็ก ๔๐๐,๐๐๐ คนพ้นจากความยากจนและอาชญากรรม



บทความนี้มาจากหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 10 มกราคม 2551


(บทความมตอนที่ ๑ เกี่ยวกับ El Sistema หรือ The System ของประเทศเวเนซูเอล่า)
ขอน้อมระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระพี่นาง
(สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์)

คน ไทยเราส่วนใหญ่ก็พอจะทราบกันว่าสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ท่านทรงโปรดดนตรีคลาสสิกมากด้วยพระทัยจริง ทั้งยังมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนวงการนี้ ถึงขนาดพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเสริมสร้างบุคลากรไทยในด้านนี้ให้ทัดเทียมกับประเทศที่เจริญแล้ว
ผม เองมีโอกาสได้สนทนาปฏิสันถารกับท่านเป็นการส่วนตัว ๕ ครั้งด้วยกัน (๓ ใน ๕ ครั้งนั้นเป็นระหว่างพักครึ่งหรือหลังคอนเสิร์ตผมที่ท่านได้ให้เกียรติมาฟัง ) แต่ละครั้งก็ได้คุยกันเรื่องเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิกกับอนาคตเยาวชนไทยของเรา
ผม คิดว่ากว่า ๙๙ % ของคนไทยทั้งประเทศยังเห็นว่าเรื่องดนตรีคลาสสิกเป็นเรื่องไกลตัวของเขาเอง มาก เป็นวัฒนธรรมต่างชาติมากกว่า ทั้งอาจไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่พระองค์ท่านทรงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เป็นพิเศษ
เราพอจะเห็นว่า การที่พระองค์ท่านสนับสนุนเรื่องการแพทย์นั้น ช่วยสังคมได้อย่างไร แต่การที่ท่านสนับสนุนเรื่องดนตรีคลาสสิกนั้น ดูเหมือนน่าจะเป็นเพื่อการสุนทรียภาพส่วนบุคคลของแต่ละคนมากกว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับการช่วยสังคมส่วนรวม
เพื่อตอบโจทย์ข้อนี้ ผมขอเล่าเรื่องความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของรัฐบาลเวเนซูเอล่า ที่เขย่าวงการดนตรีคลาสสิกโลก รวมทั้งได้รับความสนใจอย่างมากมายจากสำนักข่าวยักษ์ใหญ่แทบทุกสำนักของโลก เช่น CNN, Associated Press, New York Times, Los Angeles Times, BBC, NHK และรวมทั้งสื่อนานาชาติอื่น ๆ กว่าร้อยสื่อ ทั้งยังไม่นับบทความจำนวนนับไม่ถ้วนทางอินเตอร์เนท (ลอง google คำว่า “El Sistema Venezuela” สิครับ (ภาษาสเปน El Sistema = The System) มีถึง 744,000 hits)
ความสำเร็จอันนี้ ทำให้ภาพพจน์ของประเทศเวเนซูเอล่าในสายตาโลก ดีขึ้นอย่างมากมาย แม้จะมีการเมืองที่ผันผวน และมีผู้นำประเทศที่เป็นข่าวในด้านที่ไม่ค่อยจะดีเสมอ
เรื่องความสำเร็จ ที่ว่านี้เป็นข่าวที่ดังไปทั่วโลก (ไม่ใช่เฉพาะในวงการเพลงคลาสสิก) ในเวลาไม่ถึงปีที่ผ่านมิ และเป็นข่าวต่อเนื่อง ไม่ใช่ฉาบฉวย แต่เมืองไทยยังไม่ค่อยมีคนทราบเรื่องนี้
เป็นเรื่องของการที่รัฐบาลของ ประเทศที่มีคนยากจนมากมายอย่างประเทศเวเนซูเอล่า (คนยากจน ๓๓% ของพลเมือง ๒๖ ล้านคน) ได้แก้ปัญหาสังคมที่ตามมาจากความยากจน ด้วยวิธีที่ไม่เหมือนใคร แต่สำเร็จมากเกินความคาดหมาย แบบคุ้มเหลือคุ้ม
คือ การให้เครื่องดนตรีแก่เด็กด้อยโอกาสและยากจนเหล่านั้นได้มีโอกาสเรียนดนตรีฟรี !
เด็กเหล่านี้ ๙๐% มาจากสลัมที่ยากจนที่สุดของประเทศเวเนซูเอล่า มีอาชญากรรม ฆาตกรรมและยาเสพติดเกิดขึ้นตลอดเวลา
พ่อแม่ของเด็กเหล่านี้ (ซึ่งแน่นอน ก็ยากจนเหมือนกัน) กลับกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเบโธเฟ่น โมสาร์ท ไชคอฟสกี้ ไปโดยปริยาย
ใครว่าเพลงคลาสสิกต้อง “ปีนบันได” ฟัง !
เด็ก และพ่อแม่ที่ยากจนเหล่านี้ ดึงเอาเพลงคลาสสิก “ปีนบันไดลงมา” เพื่อช่วยเขาให้มีชีวิตใหม่ มีความหวังในอนาคต และสร้างการศึกษาและทักษะ เพื่อที่จะให้ตนเองพ้นจากความยากจนได้สำเร็จ
ในขณะนี้ ภายหลังจากที่ก่อตั้งโครงการนี้ ๓๐ ปี มีเด็กที่ได้เรียนดนตรีแล้วกว่า ๔๐๐,๐๐๐ คน (จากพลเมือง ๒๖ ล้านคน นับเป็นเปอร์เซนต์ที่สูงมาก ๆ) นั่นหมายความว่า โครงการนี้ช่วยเด็กกว่าที่ ๔๐๐,๐๐๐ คนที่มีโอกาสติดยาเสพติด ก่ออาชญากรรม ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ ค้าประเวณี หรือเข้าเรือนจำ ให้มาใช้เวลาทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ ทำงานเป็นทีมเวิร์ค คือ การเล่นดนตรีในวงออร์เคสตร้า (แต่ละวงประมาณ ๑๐ ถึง ๒๐๐ คน)
สำหรับเด็กบางคน เหมือนกับ “ดึงเอาปืนออกจากมือเด็กเหล่านี้ แล้วเอาเครื่องดนตรีใส่มือเขาแทน”
คน ส่วนใหญ่อาจจะไม่ทราบว่า การเล่นดนตรีในวงออร์เคสตร้า ๙๐% ของงานคือการซ้อม ไม่ใช่การแสดง ทั้งซ้อมส่วนตัวและซ้อมกับวง ซึ่งต้องใช้ระเบียบ การบังคับตนเอง และการเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกันอย่างสามัคคี
นอกจากนี้ สิ่งที่เด็กเหล่านี้ได้จากการเล่นดนตรีในวงออร์เคสตร้านั้น คือ การเรียนรู้นิสัยและค่านิยมที่ดีต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เขาเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในภายภาคหน้า เช่น ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม ความเคารพซึ่งกันและกัน ความร่วมมือกัน การรู้จักการทำงานหนักเพื่อบรรลุเป้าหมาย รวมทั้งจรรยาบรรณ (work ethics) และวินัยในการทำงาน
นี่ยังไม่นับถึงประโยชน์ทางปัญญาที่แต่ละคนได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งสมาธิ ความจำ และการพัฒนามันสมอง (คิดว่าคนส่วนใหญ่คงรู้ทั่วไปแล้วว่า ดนตรีคลาสสิกได้รับการพิสูจน์อย่างไม่มีข้อสงสัย หลายครั้งแล้วว่า ช่วยพัฒนาไอคิวของเด็ก เด็กได้เรียนดนตรีในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี มีการพัฒนาสมองที่แตกต่างกับเด็กที่ไม่ได้เรียน สำหรับรายละเอียดผลงานการวิจัยชิ้นหนึ่ง กรุณาดูได้ที่ http://www.sciencedaily.com/releases/2006/09/060920093024.htm )
สรุป ภาพรวมก็คือ เงินที่นำมาใช้ในโครงการนี้แทนที่จะนำไปซื้ออาหารให้คนยากจนไปเฉย ๆ แต่กลับสอนเขาถึงอุปนิสัยแห่งการทำงาน สร้างสิ่งแวดล้อมในสังคมที่น่าอยู่ และพัฒนาตัวบุคคล ที่จะช่วยให้เขาช่วยตนเองได้ในอนาคต
เข้าตามสุภาษิตที่ว่า “Give a man a fish, you feed him for a day. Teach a man to fish, you feed him for a lifetime.”
(“ให้ปลาแก่คน คุณเลี้ยงเขาหนึ่งวัน สอนให้เขาตกปลา คุณเลี้ยงเขาทั้งชีวิต”)
ผลก็คือ สภาพสังคมของประเทศเวเนซูเอลาที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมหัศจรรย์
เด็ก จำนวนมากที่ผ่านโครงการนี้ แม้ต่อมาไม่ได้เป็นนักดนตรีอาชีพ หรือทำงานเกี่ยวกับดนตรี ก็ได้นิสัยในการทำงานที่ดีติดตัวไป เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ หลุดพ้นจากความยากจนที่มาจากกำเนิด
โครงการ นี้ประสบความสำเร็จจนปัจจุบันนี้มีประเทศถึง ๒๓ ประเทศที่นำเอาโครงการนี้ไปใช้ ทั้งในประเทศที่ก้าวหน้า เช่น สกอตแลนด์ สหรัฐอเมริกา ฯลฯ และประเทศที่ยากจนเช่น เม็กซิโก
แต่ประเทศไทยของเรายังแทบไม่มีใครทราบเรื่องนี้เลย!
(ผม ขอตั้งข้อสังเกตว่า วัฒนธรรมเพลงคลาสสิกไม่ใช่วัฒนธรรมประจำชาติของเวเนซูเอล่า เพราะคีตกวี (นักแต่งเพลงคลาสสิก) ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป แต่วัฒนธรรมเพลงคลาสสิก ในสายตาของนานาชาติ ถือว่าเป็น “มรดกของมนุษยชาติ”ทั้งมวล ไม่จำกัดเชื้อชาติ เป็นภาษาสากล เป็นดนตรีที่คนทั่วโลกฟังได้โดยไม่ต้องห่วงว่าเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาอินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี ไทย ฯลฯ)
ลองนึกภาพว่าถ้าประเทศไทยทำได้แค่ หนึ่งในสิบของประเทศเวเนซูเอล่า เราจะมีคนยากจนน้อยลง ๔๐,๐๐๐ คน และมีสมาชิกที่รับผิดชอบของสังคมเพิ่มขึ้นในจำนวนเท่ากัน
ผมคิดว่า พระองค์ท่านพระพี่นาง ฯ คงจะยินดีเป็นอย่างมากแน่ ถ้าในอนาคตเราสามารถสร้างระบบที่ สิ่งที่ท่านรักสิ่งหนึ่ง (ดนตรีคลาสสิก) เป็นประโยชน์อย่างยิ่งยวดแก่สิ่งที่ท่านรักอีกสิ่งหนึ่ง (สังคมไทย) และทั้งสองอย่างก็พัฒนาควบคู่ไปด้วยกัน
เป็นการที่ทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับท่านไม่เคยเสื่อมหายไปเลย !
บัณฑิต อึ้งรังษี เป็นวาทยกร (คอนดักเตอร์) ระดับนานาชาติ และได้รับตำแหน่งเป็นทูตวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยจากกระทรวงวัฒนธรรม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และการติดต่อ โปรดไปที่ www.BunditMusic.com